News89

ข่าวสารทั่วทุกมุมโลก เรื่องราวแวดวงบันเทิง เหตุบ้านการเมือง สถานที่ท่องเที่ยว เศรฐกิจ และ การดูดวงประจำวัน เราได้รวบรวมทุกข่าวสารทั่วทุกมุมโลกมาไว้ให้คุณแล้วที่นี่ที่เดียว NEWS 89

โควิด-19 : เราเสี่ยงติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากการขึ้นเครื่องบินแค่ไหน

โควิด-19 : เราเสี่ยงติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากการขึ้นเครื่องบินแค่ไหน

โควิด-19 การบินเป็นภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 มากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ โดยตั้งแต่ต้นปีมานี้ จำนวนเที่ยวบินรายวันลดลงเป็นสัดส่วนถึง 80 เปอร์เซ็นต์ บางสายการบินงดเที่ยวบินโดยสิ้นเชิง บางสายการบินหันไปให้บริการด้านขนส่งสินค้าเพื่อให้ยังพอมีรายได้บ้าง

อย่างไรก็ดี วันหนึ่งก็คงมีผู้โดยสารกลับมาใช้บริการเครื่องบินกันมากขึ้นอีกครั้ง แต่การขึ้นเครื่องบินจะทำให้เราเสี่ยงติดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แค่ไหนกัน

เรายังไม่รู้จักไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ดีพอ แต่ก็มีงานวิจัยที่เคยพูดถึงโรคทางระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ มาแล้ว จากข้อมูลที่มีอยู่ ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐฯ จะพยายามตามรอยผู้โดยสารสองแถวหน้าและหลังจากบริเวณผู้ที่ติดเชื้อรุนแรงนั่งอยู่

งานวิจัยในปี 2018 โดยมหาวิทยาลัยเอมมอรีในแอตแลนตา บอกว่า ละอองเสมหะมีแนวโน้มแพร่กระจายไม่เกิดหนึ่งเมตรจากผู้ติดเชื้อ ดังนั้นระยะการแพร่เชื้อจะอยู่แค่หนึ่งแถวหน้าและหลังของผู้ติดเชื้อเท่านั้น

อย่างไรก็ดี งานศึกษาก่อนหน้านั้นโดยกลุ่มนักวิจัยเดียวกันชี้ว่า ในชีวิตจริง ผู้เป็นโรคซาร์สหรือเป็นไข้หวัดใหญ่แพร่เชื้อเป็นวงกว้างกว่านั้น โดยมาจากการแพร่เชื้อขณะขึ้นและลงเครื่องบิน หรือการไปสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ บนเครื่อง

และด้วยความที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเดินไปมาและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้โดยสารทั่วเครื่องบิน กลุ่มนักวิจัยสรุปว่า พนักงานต้อนรับห้ามทำงานโดยเด็ดขาดหากว่ามีอาการป่วย

หัวหน้าวิศวกรบริษัทแอร์บัสบอกว่า ในช่วงหนึ่งชั่วโมง มีการเปลี่ยนอากาศรอบตัวคุณโดยสิ้นเชิงยี่สิบถึงสามสิบครั้ง

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแคนาดากลับไม่พบผู้ป่วยเพิ่มจากกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สองรายเดินทางจากเมืองกว่างโจวในจีนไปเมืองโตรอนโตของแคนาดา แม้ว่าบนเครื่องจะมีผู้โดยสารถึง 350 คน และเดินทางนานถึง 15 ชั่วโมง

หลายคนคิดว่าการนั่งในที่ที่ดูไม่มีอากาศถ่ายเทอย่างเครื่องบินจะยิ่งทำให้ความเสี่ยงแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น ฌอง-บรีซ ดูมองต์ หัวหน้าวิศวกรบริษัทแอร์บัส บอกว่า เครื่องบินสมัยใหม่ออกแบบมาเพื่อให้อากาศในเครื่องสะอาดมาก

“ตามหลักคณิตศาสตร์แล้ว จะมีการถ่ายเทเปลี่ยนอากาศใหม่ทุก ๆ สองถึงสามนาที หมายความว่าในช่วงหนึ่งชั่วโมง มีการเปลี่ยนอากาศรอบตัวคุณโดยสิ้นเชิงยี่สิบถึงสามสิบครั้ง”

อธิบายง่าย ๆ คือ มีการเอาอากาศจากภายนอกตัวเครื่อง ผ่านเข้ามาทางเครื่องยนต์ และก็ผสมกับอากาศเก่าที่นำกลับมาใช้ใหม่

อากาศเก่าที่นำมาใช้ใหม่นี้ ซึ่งส่วนหนึ่งใช้เพื่อรักษาอุณหภูมิและความชื้นให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง ถูกนำไปผ่านเครื่องกรองอนุภาคอากาศประสิทธิภาพสูง หรือ HEPA (high-efficiency particulate air) ซึ่งคล้ายกับที่ใช้ในโรงพยาบาล

ไวรัสโรคโควิด-19

มีเส้นผ่าศูนย์กลางราว 125 นาโนเมตร หรือประมาณ 0.000000125 เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในช่วงขนาดที่เครื่องกรองอนุภาคอากาศประสิทธิภาพสูงจับได้ ซึ่งคือ 10 นาโนเมตรหรือใหญ่กว่านั้น

นายดูมองต์ บอกว่า เครื่องกรองนี้กรอง 99.97 เปอร์เซ็นต์ของอนุภาคขนาดเท่าไวรัสโรคโควิด-19 ได้ เขายังบอกอีกด้วยว่า การไหลเวียนของอากาศเป็นแนวตั้งก็ช่วยลดความเสี่ยง โดยเครื่องบินจะปล่อยอากาศออกจากเหนือหัวและดูดอากาศออกไปทางพื้น แต่ความเสี่ยงก็ไม่ได้หมดไปเพราะผู้โดยสารไม่ได้นั่งอยู่กับที่เฉย ๆ

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศเรียกร้องสายการบินให้ผู้โดยสารเช็กอินและปรินต์ตั๋วเครื่องบินและป้ายข้อมูลติดกระเป๋ามาจากบ้าน แล้วก็ใช้ระบบส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องแบบอัตโนมัติ

ดร.จูเลียน แทง นักไวรัสวิทยาจากมหาวิทยาลัยเลสเตอร์และโรงพยาบาลเลสเตอร์รอยัล บอกว่า เครื่องกรอง HEPA ไม่สามารถจับละอองเสมหะที่มีเชื้อโรคโควิด-19 ได้หมด และแม้ว่าอยู่ไกลจากผู้ติดเชื้อ ก็ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะหมดไปเพราะละอองเสมหะขนาดเล็กสามารถลอยอยู่ในอากาศและเดินทางได้ไกลถึง 16 เมตร

นายดูมองต์มองว่า การป้องกันง่าย ๆ อย่างเช่นการใส่หน้ากากอนามัย และจามและไอใส่แขนตัวเองจะช่วยลดความเสี่ยงแพร่เชื้อได้ เขาเชื่อว่าไม่จำเป็นต้องจัดที่นั่งบนเครื่องใหม่เพื่อรักษาระยะห่างระหว่างผู้โดยสาร

อย่างไรก็ดี ดร.แทง ไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าหากคนนั่งติดกันแบบที่นั่งโดยสารชั้นประหยัด เมื่อมีคนไอหรือจามใกล้ ๆ เชื้อโรคจะมาถึงตัวเราก่อนที่ระบบกรองอากาศจะทำงานทัน

“หากผมขึ้นเครื่องบิน ผมจะใส่หน้ากากอนามัย” ดร.แทง กล่าว “มันกันไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อยก็มีอะไรป้องกันบ้าง”

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association) เชื่อว่า การเว้นระยะห่างทางสังคมบนเครื่องไม่จำเป็น และคนเสี่ยงติดเชื้อเวลาอยู่ในสนามบินมากกว่าอยู่บนเครื่อง

สมาคมเรียกร้องให้มีการจำกัดการใช้เวลาในสนามบิน มีการวัดอุณหภูมิผู้โดยสาร ให้ผู้โดยสารบอกข้อมูลด้านสุขภาพและเบอร์ติดต่อก่อนจะถึงที่หมายปลายทาง ให้ผู้โดยสารเช็กอินและปรินต์ตั๋วเครื่องบินและป้ายข้อมูลติดกระเป๋ามาจากบ้าน แล้วก็ใช้ระบบส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องแบบอัตโนมัติ

ยอดติดเชื้อโควิด 19 รายใหม่เพิ่ม 5 ราย เดินทางจากสิงคโปร์ อิตาลี อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ยอดสะสม 3,866 ราย เหลือรักษาใน รพ. 99 ราย ขยับลงอันดับ 150 ของโลก ทั่วโลกติดเชื้อ 53.7 ล้านราย สหรัฐฯ ติดเชื้อรวม 11 ล้านราย ป่วยใหม่ถึง 1.83 แสนราย

วันนี้ (14 พ.ย.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่านศูนย์ข้อมูล COVID 19 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยโควิด 19 รายใหม่เพิ่ม 5 ราย หายป่วยเพิ่ม 10 ราย ไม่มีเสียชีวิตเพิ่ม ผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 3,866 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,453 ราย มาจากต่างประเทศ 1,413 ราย โดยสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 908 ราย หายกลับบ้านรวม 3,707 ราย ยังรักษาใน รพ. 99 ราย เสียชีวิตรวม 60 ราย โดยผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้ารับการกักกัน ดังนี้

1. สิงคโปร์ 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 48 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 30 ต.ค. เข้าพักในสเตท ควอรันทีน จ.ชลบุรี ตรวจหาเชื้อวันที่ 12 พ.ย. (Day 13) ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

2. อิตาลี 1 ราย เป็นชายอิตาเลียน อายุ 44 ปี อาชีพวิศวกร ต่อเครื่องที่ดูไบ เดินทางถึงไทยวันที่ 7 พ.ย. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตท ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 12 พ.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

3. สหราชอาณาจักร 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 27 ปี อาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และนักศึกษาหญิงไทยอายุ 19 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 9 พ.ย. เข้าพักในสเตท ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 12 พ.ย. รายแรก ผลพบเชื้อ มีอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และปวดศีรษะ รายนักศึกษาผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ โดยเที่ยวบินเดียวกันมีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า 2 ราย

4. สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงอเมริกันอายุ 39 ปี เดินทางถึงไทยวันที่ 12 พ.ย. เข้าพักในอัลเทอร์เนทีฟ สเตท ควอรันทีน กทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 12 พ.ย. ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ

สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรวม 53,738,180 ราย เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 656,180 ราย อาการรุนแรง 109,452 ราย รักษาหายแล้ว 37,519,510 ราย เสียชีวิต 1,309,147 ราย เป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ 9,942 ราย

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ 1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 11,064,364 ราย เป็นรายใหม่ 183,527 ราย 2. อินเดีย จำนวน 8,773,243 ราย เป็นรายใหม่ 45,343 ราย 3. บราซิล จำนวน 5,819,496 ราย เป็นรายใหม่ 35,849 ราย 4. ฝรั่งเศส 1,922,504 ราย เป็นรายใหม่ 23,794 ราย 5. รัสเซีย จำนวน 1,880,551 ราย เป็นรายใหม่ 21,983 ราย ประเทศไทยขยับลงมาอันดับ 150 ของโลก พม่ามีรายใหม่เพิ่ม 1,136 ราย ยอดสะสม 66,734 ราย ส่วนมาเลเซียเพิ่มขึ้นอีก 1,304 ราย ยอดสะสมรวม 45,095 ราย

 

 

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest

หมวดหมู่

ข่าวสด
ข่าวรอบโลก
สถานที่ท่องเที่ยว
ข่าวบันเทิง
ข่าวหนัง
ข่าวกีฬา
ดูดวง

ข่าวใหม่ล่าสุด

เว็บข่าวที่ดีที่สุด

NEWS89

NEWS 89